Uncategorized

ถังขยะแยกประเภท 4 แบบ และวิธีแยกขยะในบ้านอย่างไรให้ปลอดภัย

ถังขยะแยกประเภท ถือเป็นสิ่งที่ทุกบ้านสามารถทำได้ โดยการใช้ถังขยะแยกประเภท นอกจากจะเป็นการช่วยลดโลกร้อนด้วยการแยกขยะรีไซเคิล ลดภาระของเจ้าหน้าที่ที่มาเก็บขยะแล้ว ยังช่วยให้คนในบ้านห่างไกลจากอันตรายและเชื้อโรคอีกด้วย

ถังขยะแยกประเภท มีอะไรบ้าง

ถังขยะแยกประเภทมีให้เลือกใช้งานตามวัตถุประสงค์ แบ่งเป็น

1. ถังขยะสีแดง

สำหรับใส่ขยะมีพิษ สิ่งของอันตราย สารเคมี สารทำระเบิดต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดปฏิกิริยาต่าง ๆ ได้ เมื่อใส่รวมไปกับวัตถุอื่น ๆ ซึ่งได้แก่ วัตถุที่สามารถระเบิดได้ทั้งหมด วัตถุไวไฟ วัตถุออกไซต์ วัตถุเปอร์ออกไซต์ วัตถุมีพิษ วัตถุกัมมันตรังสี สิ่งต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดโรค สิ่งที่จะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านพันธุกรรม สารกัดกร่อน สารที่ทำให้เกิดการระคายเคือง

รวมถึงสารต่าง ๆ ที่ส่งผลให้เกิดความอันตรายต่อคน สิ่งแวดล้อม สัตว์ พืช เช่น หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ แบตเตอรี่ ถ่ายไฟฉาย โทรศัพท์มือถือเก่า ขวด ภาชนะที่ใส่สารกำจัดแมลงหรือหญ้า กระป๋องสเปรย์สารเคมีต่าง ๆ หรือประป๋องสีสเปรย์ เป็นต้น

2. ถังขยะสีเหลือง

สำหรับใส่ขยะรีไซเคิล ขยะเหล่านี้จะต้องสามารถนำกลับมาเพื่อใช้งาน ใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง เช่น พลาสติกต่าง ๆ แก้ว เศษโลหะ เศษอะลูมิเนียม กล่องนม ยางรถยนต์ กล่อง UHT กระป๋องต่าง ๆ

3. ถังขยะสีเขียว

สำหรับใส่ขยะมูลฝอยที่สามารถย่อยสลายได้เท่านั้น เป็นจำพวกขยะเศษอาหารที่พร้อมเน่าเสีย ย่อยสลายได้เร็ว สามารถนำไปเป็นอาหารของสัตว์ หรือนำไปเป็นปุ๋ยหมักได้ เช่น เศษอาหาร ผัก ผลไม้ ใบไม้ กิ่งไม้

4. ถังขยะสีน้ำเงินหรือสีฟ้า

สำหรับใส่ขยะที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ และไม่คุ้มค่ากับการรีไซเคิล เช่น พลาสติกห่อลูกอม ซองบะหมี่สำเร็จรูป ถุงพลาสติก โฟมและฟอยล์ที่เปื้อนอาหาร

สรุปถังขยะสีต่าง ๆ ใช้ใส่อะไร

สีประเภทขยะ
ถังขยะสีแดงขยะมีพิษ ขยะติดเชื้อ
ถังขยะสีเหลืองขยะรีไซเคิล
ถังขยะสีเขียวขยะมูลฝอย ย่อยสลายได้
ถังขยะสีน้ำเงินหรือสีฟ้าขยะทั่วไป หรือขยะที่ไม่สามารถย่อยสลายได้
ถังขยะแยกประเภท ช่วยแยกขยะให้คนในบ้านปลอดภัย
ถังขยะแยกประเภท ช่วยแยกขยะให้คนในบ้านปลอดภัย

วิธีการแยกขยะให้ปลอดภัย

สำหรับวิธีการที่จะแยกขยะให้ปลอดภัยห่างไกลจากเชื้อโรคและอันตรายนั้น ต้องเริ่มต้นที่ทำความเข้าใจกับสมาชิกในบ้านให้ดีว่าจะต้องร่วมกันปฏิบัติแบบไหนเพื่อให้บ้านของคุณห่างไกลโรค และแหล่งพาหะของโรคต่าง ๆ ซึ่งในการคัดแยกขยะจะต้องทำตั้งแต่ที่ขยะอยู่ในมือ ซึ่งเรามีตัวอย่างการปฏิบัติมาฝากด้วยดังต่อไปนี้

1. หน้ากากอนามัย ชุดตรวจโควิด-19 หรือขยะติดเชื้อ

แน่นอนว่าแหล่งเชื้อโรคที่สำคัญมาจากหน้ากากอนามัยหรือชุดตรวจโควิด-19 ที่ใช้แล้ว จึงต้องทำการแยกขยะชนิดนี้ให้ชัดเจน เพื่อให้ปลอดภัยจากคนในบ้านของคุณ และเจ้าหน้าที่ที่ทำการเก็บขยะด้วย วิธีการทิ้งคือ

– ใส่ถุงแดงสำหรับขยะติดเชื้อ 2 ชั้น หรือถุงทั่วไป 2 ชั้น และระบุที่ถุงว่าเป็นขยะติดเชื้อ

– ฉีดแอลกอฮอล์ 70% ที่ปากถุงขยะเพื่อฆ่าเชื้อ

– มัดปากถุงให้แน่นก่อนทิ้ง

ล้างมือให้สะอาด

2. ขยะมีคม

ขยะจำพวกมีด กรรไกร หรือมีดโกนหนวด จะต้องทำการห่อ หรือทิ้งลงภาชนะให้แยกออกมาให้ปลอดภัยทีสุด เช่น ทิ้งใบมีดลงในขวด แล้วทำการปิดฝาให้สนิท หรือห่อด้วยกระดาษทบหลาย ๆ ชั้น แล้วใส่ถุงแยกต่างหาก พร้อมเขียนหน้าถุงว่าของมีคม หรือขยะมีคม เพื่อไม่ให้สมาชิกในบ้านที่นำขยะไปทิ้งได้รับอันตรายหากถุงขยะหลุดรั่ว รวมทั้งป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ที่มาเก็บได้รับอันตรายด้วยเช่นกัน

3. ขยะมีพิษ

ขยะมีพิษที่ส่วนใหญ่เราใช้กันในบ้านได้แก่

– น้ำยาขัดห้องน้ำและสุขภัณฑ์

– นํ้ายาขัดกระจก

– ยาฆ่าแมลง

– นํ้ายาขัดเครื่องเงินหรือเครื่องทองแดง

– ยาขัดรองเท้า

– แบตเตอรี่

– ถ่านไฟฉาย

– หลอดไฟฟลูออเรสเซนส์

วิธีการทิ้งขยะมีพิษ คือ

– แยกขยะมีพิษออกจากขยะทั่วไป หากเป็นของเหลวไม่ควรทิ้งหรือเทรวมกันเพราะอาจทำปฏิกิริยาต่อกันได้

– เก็บรวบรวมไว้ในถุงพลาสติก มัดปากถุงให้แน่นแล้วนำไปทิ้งในถังขยะที่เป็นถังเฉพาะสำหรับขยะมีพิษ (ถังขยะสีแดง) หากไม่มีถังขยะสีแดงให้เขียนหน้าถุงว่า “ขยะมีพิษ” หรือ “ขยะอันตราย”

– กรณีที่เป็นถ่านไฟฉาย หลอดไฟฟลูออเรสเซนส์ แบตเตอรี่มือถือ หรือกระป๋องสเปรย์ต่าง ๆ ให้เก็บทิ้งโดยแยกคนละถุง พร้อมติดป้ายหน้าถุง เช่น “ขยะมีพิษ ถ่านไฟฉายใช้แล้ว”

โดยเฉพาะอย่างยิ่งขยะมีพิษประเภทกระป๋องสเปรย์ต่าง ๆ ที่มีสารที่เป็นพิษ หากใครสัมผัสอาจส่งผลต่อระบบประสาท เกิดอาการแพ้ และวิงเวียนศีรษะได้ จึงควรแยกออกจากขยะประเภทอื่น นอกจากจะลดอันตรายจากการสัมผัสแล้ว ยังลดโอกาสที่จะเกิดการระเบิดด้วย

วิธีทำความสะอาดถังขยะแยกประเภท

ถังขยะแน่นอนว่าจะต้องมีความสกปรกเกิดขึ้น ดังนั้น จึงต้องใส่ใจด้านความสะอาดด้วยเช่นกัน โดยมีวิธีการดูแลความสะอาดของถังขยะแยกประเภทดังนี้

1. ล้างตากแดดทุกครั้งหลังจากใช้งาน

เมื่อทิ้งขยะ หรือมีเจ้าหน้าที่มาเก็บขยะแล้ว จะต้องนำมาล้างทำความสะอาดด้วยผงซักฟอก และนำไปตากแดดให้แห้งก่อนที่จะนำกลับมาใช้งานใหม่อีกครั้ง เพื่อให้บ้านของคุณห่างไกลเชื้อโรค และกลิ่นไม่พึงประสงค์จากถังขยะ

2. สวมถุงดำรองรับก่อนใช้

เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ถังขยะไม่กลายเป็นที่สะสมของคราบสกปรก และทำให้ทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น ยืดระยะเวลาการทำความสะอาดถังขยะให้นานขึ้นได้

หากถังขยะยังคงส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมา ลองใช้สิ่งเหล่านี้ช่วยดับกลิ่น

1. เบกกิ้งโซดา

เทเบกกิ้งโซดาลงในถังขยะในตอนเช้าทุกวันจะช่วยดูดซับกลิ่นได้ หรือขณะที่ทำความสะอาดใช้เบกกิ้งโซดาในการทำความสะอาดก็ช่วยได้เช่นกัน

2. น้ำยาฟอกขาว

ใช้น้ำยาฟอกขาวผสมกับน้ำอุ่นช่วยทำความสะอาด

3. ทรายแมว

ใช้ทรายแมวรองไว้กั้นถังขยะเพื่อดูดซับความชื้นและกลิ่นเหม็น

4. น้ำส้มสายชู

ใช้น้ำส้มสายชูผสมกับเบกกิ้งโซดา และเกลือทะเล มาขัดถังขยะ ก่อนจะทำความสะอาดอีกครั้งด้วยน้ำอุ่น ช่วยลดกลิ่นเหม็นได้

5. กากกาแฟและใบชา

นำกากกาแฟและใบชามาโรยไว้ในถังขยะ ทิ้งไว้ 1 คืน จะช่วยดูดกลิ่นเหม็นออกไป

แม้ถังขยะจะมีหลายประเภท แต่ถังขยะที่ดีคือ ต้องมีฝาปิดสนิทเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมาจากถัง รวมถึงไม่ให้สัตว์รำคาญ หรือพาหะของโรค เช่น แมลงวัน แมลงสาบ หรือหนู เข้าไปในถังขยะด้วย

อย่าลืมวิธีดูแลความสะอาดง่าย ๆ ด้วยการหมั่นนำขยะไปทิ้งทุกวัน อาจจะเป็นทุกเย็น หรือหลังมื้ออาหารสุดท้าย เพื่อป้องกันการหมักหมมของสิ่งสกปรก และเชื้อโรค รวมทั้งยังทำให้ถังขยะทำความสะอาดง่ายขึ้นด้วย

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น DDproperty by PropertyGuru ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท ออลพร็อพเพอร์ตี้ มีเดีย จำกัด ไม่สามารถรับรองหรือรับประกันเกี่ยวกับข้อมูล รวมทั้งไม่สามารถรับรองหรือรับประกันใด ๆ เกี่ยวกับความเหมาะสม สำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะใด ๆ ของข้อมูล ตามขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต แม้ว่าเราได้พยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วน ณ เวลาที่เขียน แต่ข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ไม่ควรนำไปใช้ในการตัดสินใจทางการเงิน, การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือทางกฎหมายทันที ผู้อ่านไม่ควรใช้ข้อมูลในบทความ แทนคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมซึ่งสามารถพิจารณาข้อเท็จจริงและสถานการณ์ส่วนตัวของคุณได้ ทั้งนี้ เราไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆ หากคุณเลือกที่จะนำข้อมูลไปใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ